ไปรษณีย์ทำแสตมป์ 7 เหลี่ยม ชุดพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จัดทำตราไปรษณียากร 7 เหลี่ยม ครั้งแรกในประเทศไทย ชุดที่ระลึกพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 จำนวน 3 ชุด เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้แพร่หลายเป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชน ประกอบด้วย ชุดที่ 1 เป็นภาพเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่จัดสร้างขึ้นเนื่องในโอกาสต่างๆ จำนวน 7 แบบ นับตั้งแต่ต้นรัชกาลจวบจนปัจจุบันเป็นแบบแสตมป์ ภายใต้แนวคิด พระชนมพรรษายิ่งยืนนาน ชุดที่ 2 เป็นภาพรางวัลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงได้รับการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายจากองค์กรระหว่างประเทศ สะท้อนในด้านต่างๆ

นอกจากเผยแพร่พระเกียรติคุณพระองค์ในพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่อันยังประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติและประชาชนแล้วยังแสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพในหลายๆ ด้านจนเป็นที่ยอมรับในนานาอารยะประเทศ เป็นแบบแสตมป์ ภายใต้แนวคิด พระเกียรติคุณแผ่ไพศาลทั่วสากล และ ชุดพิเศษชุดที่ 3 ได้อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฉลองพระองค์บรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ เป็นแบบแสตมป์ภายใต้แนวคิด น้อมเกล้าฯ ถวายพระพรชัยมงคลทรงพระเจริญ จัดพิมพ์ในลักษณะตราไปรษณียากรทองคำและเงิน ด้วยแผ่นทองคำแท้ 22 กะรัต แผ่นเงิน ปั๊มดุนนูน ประกอบพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร. แสดงถึงพลังศรัทธาอันยิ่งใหญ่ในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายพระพรชัยมงคลในโอกาสมหามงคลครั้งนี้

ทั้งนี้จำนวนในการจัดสร้างตราไปรณียากร ทั้ง 3 ชุด ชุดที่ 1 จำนวน 1 ล้านดวง ชุดที่ 2 จำนวน 7 แสนดวง และชุดที่ 3 จำนวน 1 ล้าน 2 แสนดวง ราคาจำหน่ายชุดที่ 1 และ 2 ดวงละ 5 บาท ชุดที่ 3 ราคาดวงละ 100 บาท พร้อมจำหน่ายวันแรก 5 ธันวาคม 2554 ผู้สนใจสามารถหาซื้อได้ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่ง และพิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากรเชียงใหม่

ซื้อแบรนด์เนมอย่างไรไม่ให้ถูกต้ม!

สอนเคล็ดลับง่ายๆ การเลือกซื้อแบรนด์เนมของแท้

เราขอนำเสนอเคล็ดลับในการป้องกันไม่ให้ตัวเองถูกหลอกให้ซื้อของแบรนด์เนม แฟชั่นลอกเลียนแบบ

“การซื้อของแบรนด์เนมปลอมถือเป็นการลดคุณค่าของแบรนด์เนมแท้และส่งผลกระทบทางด้านลบต่อเศรษฐกิจโลก”


1. ซื้อของแบรนด์เนมจากร้านค้าหรือเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของแบรนด์นั้นๆ เท่านั้น

หรือเลือกซื้อจากห้างสรรพสินค้าที่มีชื่อ เสียงเป็นที่รู้จัก ถ้าต้องการจะซื้อจากร้านค้าออนไลน์ที่มีขายสินค้าคละแบรนด์ก็ให้เลือก เว็บไซต์ที่ไว้ใจได้ อย่าง netaporter.com ในกรณีที่ไม่สามารถซื้อสินค้าได้จากเว็บไซต์ของเจ้าของแบรนด์โดยตรง ก็ให้ลองตรวจสอบรายชื่อตัวแทนจำหน่ายจากเว็บไซต์นั้นว่าร้านค้าไหนบ้างที่ ได้รับการอนุญาตให้ขายสินค้านั้นอย่างถูกต้อง

Joanna Douglas บรรณาธิการจากเว็บไซต์ shine.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์แหล่งรวมความสนใจของผู้หญิงกล่าวเตือนว่า อย่าซื้อสินค้าแบรนด์เนมจากข้างทางหรือเว็บไซต์ที่ไม่รู้จักโดยเด็ดขาด Search engine ต่างๆ ไม่อาจช่วยคุณสกรีนได้ว่าเว็บไซต์ไหนที่ขายของแบรนด์เนมปลอม และภาพที่คุณเห็นโชว์หราอยู่บนหน้าเว็บไซต์ ก็อาจจะต่างจากของจริงที่คุณจะได้รับไปคนละเรื่องเลยก็ได้ เพราะฉะนั้นให้ค้นคว้ามาให้ดีก่อนว่าสินค้าที่คุณจะซื้อมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร

Tip: ถ้าผู้ขายบอกว่ารับเฉพาะเงินสดเท่านั้น ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่จะเตือนคุณว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลบางอย่าง!

นอกจากนี้ เมื่อตกลงใจซื้อไปแล้วก็ให้เก็บใบเสร็จให้ดี และการจ่ายด้วยบัตรเครดิตก็จะทำให้คุณสามารถจดบันทึกการชำระเงินได้ด้วย

 

2. ถามถึงการรับประกัน
Bukisa.com บอกว่าผู้ขายควรรับประกัน ให้ลูกค้าได้ว่าสินค้าของตัวเองเป็นของแท้แน่นอน ถ้าคุณไม่เห็นข้อมูลเหล่านี้ออนไลน์ ก็ให้ติดต่อไปที่เว็บไซต์เพื่อถามถึงการรับประกันความแท้ของสินค้า การรับประกันควรจะรวมถึงนโยบายที่ยอมให้ลูกค้านำสินค้ามาคืนได้ภายในระยะ เวลาจำกัด และไม่ควรจะซื้อจากบุคคลที่สาม หรือถ้าต้องการจะซื้อจากบุคคลที่สามจริงๆ ก็ให้ถามเกี่ยวกับการรับประกันและนโยบายการคืนสินค้าไว้ด้วย
3. ตรวจสอบฉลาก ป้าย การเย็บ การบุ วัสดุ และบรรจุภัณฑ์ด้วยตัวเอง
Bridget P. Allen จาก ArticleSet บอกว่า ถ้าวัสดุของผลิตภัณฑ์นั้นดูราคาถูก หยาบ ย้อมสีไม่เท่ากัน หรือตัดเย็บมาอย่างไม่ปราณีต ผลิตภัณฑ์ชิ้นนั้นก็อาจจะเป็นของปลอมได้ ถ้าจะดูให้ละเอียดกว่านั้น ก็ให้ตรวจสอบตะเข็บ กระดุม ซิป หรือส่วนประกอบอื่นๆ ที่จะช่วยบอกได้ว่าสินค้าชิ้นนี้เป็นของปลอมหรือไม่

Tip: สำหรับกระเป๋าและรองเท้า ให้ดูที่คุณภาพของหนัง การบุผ้าข้างในกระเป๋าจะช่วยบอกได้ว่ากระเป๋าใบนั้นมีคุณภาพแค่ไหน เพราะฉะนั้นก็อย่าลืมเปิดกระเป๋าแล้วสำรวจข้างในด้วย
4. คิดตามหลักเหตุและผล
ถ้าราคาถูกจนไม่น่าเชื่อ ก็ให้ระวังไว้ก่อนได้เลย บรรณาธิการของ wikiHow บอกว่า กระเป๋าแบรนด์เนมตั้งราคาไว้สูงเพราะว่าเป็นสินค้าที่ทำขึ้นมาอย่างปราณีตและเป็นตัวบ่งบอกถึงสถานะด้วย

แม้ว่าการซื้อของลอกเลียนแบบที่ทำมาอย่าง ดีจะเป็นไอเดียที่ดูยั่วยวนสักเพียงใดก็ตาม แต่ Douglas ก็ย้ำว่า สินค้าลอกเลียนแบบเป็นเรื่องผิดกฎหมาย และเป็นสินค้าที่ทำมาจากหยาดเหงื่อแรงงานของคนงานที่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขการทำงานที่แย่และไม่ยุติธรรม เพราะฉะนั้นการที่คุณเลือกซื้อของแบรนด์เนมปลอมถือเป็นการลดคุณค่าของแบรนด์ เนมของแท้และส่งผลกระทบทางด้านลบต่อเศรษฐกิจของโลก อุตสาหกรรมผลิตของแบรนด์เนมเลียนแบบทำให้เงินหายไปจากระบบเศรษฐกิจมากถึงหก แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี

นี่ยังไม่ได้พูดถึงความรู้สึกตื่นเต้น ดีใจที่สูบฉีดไปทั่วร่างเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณได้เป็นเจ้าของแบรนด์เนมของแท้ ที่มีการรับประกันอย่างถูกต้อง
5. ใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการวางแผนเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนม
แบรนด์ที่ถูกลอกเลียนแบบมากที่สุดประจำปี 2010 จากข้อมูลของ SiteJabber คือ

1. UGGs
2. กระเป๋า Coach และสินค้าเครื่องหนัง
3. Tiffany’s
4. เสื้อกีฬา
5. น้ำหอม
6 รองเท้ากีฬา Nike (โดยเฉพาะ Air Yeezy และ Air Jordans)
7. Ed Hardy และ Juicy
8. นาฬิกา (เช่น Rolex Omega และ Tag Heuer)
9. North Face
10. DVDs (โดยเฉพาะละครโทรทัศน์ที่มาเป็นเซ็ทกล่อง)

 

ถ้าไม่แน่ใจว่าสินค้าที่จะซื้อเป็นของแท้ หรือของปลอม ลองเข้าไปเซิร์ชหาวิดีโอบนยูทูปที่มีผู้รู้นำมาโพสต์เอาไว้ได้ โดยมีครอบคลุมแทบจะครบทุกแบรนด์

กลับมาอีกครั้งกับลายพิมพ์เสือดาว

กลับสู่ความคลาสสิคโดยการหยิบเสื้อผ้าลายพิมพ์เสือดาวแบบดั้งเดิมมา Mix & Match ความจริงเสื้อผ้าลายเสือดาวก็มีให้เห็นทั้งบนรันเวย์และแฟชั่นบนท้อง จึงเป็นความจริงที่ว่าแฟชั่นลายพิมพ์เสือดาวนั้นไม่เคยจะล้าสมัยเลย

 

ซุปเปอร์สตาร์หลายคนดูเหมือนจะหลงใหลกับแฟชั่นลายพิมพ์เสือดาว เช่น วิคตอเรียเบ็คแฮมและ Kate Moss เราได้เห็นพวกเธอสวมใส่แฟชั่นลายเสือมากกว่าหนึ่งครั้ง และก็ต้องยอมรับว่าพวกเธอใส่ออกมาแล้วสวยจริงๆ

 

วิธีประหยัดเวลาในการดูแลความงาม

คุณสามารถดูสวยได้ในเวลาเพียงน้อยนิดด้วยเคล็ดลับเด็ดๆ ของเรานี้

  • ถ้าคุณอยากตื่นขึ้นมาแล้วสามารถสะบัดผมไปทำงานได้ทันที ก่อนเข้านอนก็ฉีดสเปรย์แต่งผมลงบนเส้นผมที่เปียกหมาดๆ แล้วรวบเป็นมวยต่ำๆ ไว้ เพื่อที่ตื่นขึ้นมาจะได้มีลอนผมสวยๆ โดยไม่ต้องทำอะไรมาก
  • เพิ่มความหอมให้ผิวและผมในยามที่คุณไม่มีเวลาอาบน้ำในตอนเช้า โดยทาโลชั่นแบบที่มีกลิ่นหอมลงบนผิวกาย จากนั้นใช้มืือที่มีโลชั่นเหลือติดอยู่สางลงบนเส้นผม เพื่อเพิ่มความหอม ความชุ่มชื้น และความเงางามไปพร้อมๆกัน
  • เพื่อให้สีเล็บแห้งเร็วขึ้น จุ่มเล็บลงในน้ำใส่น้ำแข็ง 20 วินาที แล้วทาเบบี้ออยล์ลงไปบางๆ เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้สีเล็บเลอะเลือน ในกรณีที่ยังไม่แน่ใจว่าสีเล็บแห้งสนิทแล้วหรือยัง
  • เพื่อให้รู้สึกผ่อนคลายและกระชุ่มกระชวยขึ้น แถมยังช่วยลดอาการตาบวมได้อย่างรวดเร็ว วางแผ่นแตงกวาที่แช่เย็นจนเย็นเจี๊ยบไว้บนดวงตาทั้งสองข้าง 5 นาที ความเย็นของแตงกวาจะช่วยได้

 

แต่งหน้าให้จมูกโด่งได้รูป แบบ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ

และแล้ววันนี้ที่ทิชชี่รอคอยก็มาถึง  กับวันที่พี่เคน ธีรเดช ผู้ชายในฝันของทิชชี่  ออกมาแสดงตัวบทกุ๊กกิ๊ก น่ารักๆ ในละครมาแรงแห่งสัปดาห์เรื่อง  “กลรักลวงใจ”  ทิชชี่เชื่อว่า  คุณสาวๆ คงจะอิจฉานางเอกตัวจริงอย่าง เจ๊หน่อย บุษกร อยู่เป็นแน่จริงไหมค่ะ

แต่ก่อนที่จะไปอิจฉานางเอกตัวจริงของพี่เคน ทิชชี่ขอกลับตัวไปอิจฉา สาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ”  นางเอกของละคร  ”กลรักลวงใจ” ก่อน

คนอะไร  หน้าตาก็สวย  แถมการแสดงก็น่ารักสมบทบาทด้วย  ทิชชี่ว่าเวลานี้ สาวๆ เกือบทั้งประเทศ (ที่ติดละคร “กลรักลวงใจ”)  ต้องอยากแปลงกายไปสวมวิญญาณเป็น “สาวบัวระวง” เพื่อใกล้ชิดพี่เคนอย่างแน่นอน!


แต่จะทำอย่างไรให้สวยเทียบเท่ากับสาวเจนี่ได้น่ะ….ติ๊กต๊อก ติ๊กต๊อก???

วันนี้ทิชชี่มีเทคนิคเริ่ดๆ เก๋กู๊ด  ไม่ต้องเจ็บตัว&เจ็บตังค์มาบอกค่ะ  นั้นก็คือ  เทคนิคเปลี่ยนผีให้เป็นคน…อุ๊บ! ไม่ใช่ๆๆ เทคนิคแต่งหน้าให้จมูกโด่งได้รูป  โดยไม่ต้องศัลยกรรมค่ะ

ก่อนอื่นทิชชี่ต้องขอเกริ่นก่อนว่า  ช่วงหลังนี้ สาวเจนี่ ชีดูสวยเซ็กซี่ผิดหูผิดตา  หน้า่ตา&รูปร่าง ชีเป๊ะมากๆ   สวยเกินหน้าเกินตา  จนโดนครหา  ว่า ชีไปศัลยกรรมอัพจมูกโด่งมาบ้างล่ะ  ฉีดโบท็อกหน้าเรียวมาบ้างล่ะ

เป็นดาราดังมันก็ลำบากเยี่ยงนี้เองล่ะนะ สวยขึ้นก็โดนจับตามองหาว่าไปทำศัลยกรรม  อันที่จริงจะว่าไปการศัลยกรรม กับดาราในยุคสมัยนี้  ก็เหมือนเป็นของคู่กัน  ไม่ถือว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่อะไร  ทิชชี่ว่าดาราส่วนมากที่ทำศัลยกรรมมา  ถ้าจะให้ยอมรับว่า สวย-หล่อ แบบพลาสติก  มันจะดูไม่น่าภูมิใจเท่าบอกว่า สวย-หล่อ แบบธรรมชาติ  จริงไหมค่ะ!?!

มาต่อกันที่  “สาวบัวระวง”  หรือ “เจนี่”  ของเรา  ทิชชี่ว่าช่างแต่งหน้าของละครเรื่อง “กลรักลวงใจ”  เทพมากๆ แต่งจากที่ชีสวยอยู่แล้ว  ให้ดูสวยยิ่งขึ้น  โดยเฉพาะจมูกของชีที่ดูโดดเด่น ทิ่มแทงใจทิชชี่

 

จะทำอย่างไรให้จมูกโด่งได้รูป  โดยไม่ต้องพึ่งศัลยกรรม  ทิิชชี่มีเคล็ดไม่ลับมาบอกค่ะ

ก่อนอื่นเตรียมเครื่องสำอางออกมาให้พร้อม  ทิชชี่เชื่อว่าสาวๆ ยุคนี้ขาดเครื่องสำอางไม่ได้อยูี่แล้ว  จากนั้นมาแก้ไขส่วนด้อยของจมูกให้โด่งได้รูป สวยเป๊ะเช๊ะเด๊ะ  ด้วยเครื่องสำอางที่คุณมีกันอยู่ค่ะ

- หากคุณมีจมูกใหญ่หรือปีกจมูกใหญ่(เกินงาม)

แนะนำให้ใช้คอนซีลเลอร์สีเข้มกว่ารองพื้นเล็กน้อย แตะที่ข้างสันจมูกทั้งสองข้างพอสมควร สีเข้มของคอนซีลเลอร์จะช่วยอำพรางให้จมูกดูเล็กลงได้ค่ะ คุณอาจปัดไฮไลท์ที่สันจมูกเพื่อช่วยให้จมูกดูสมส่วนยิ่งขึ้นได้นะค่ะ

 

- หากคุณมีจมูกแบน(แบบหายใจไม่คล่อง)

ทิชชี่แนะนำให้ใช้คอนซีลเลอร์สีเข้มกว่าผิวจริงแตะบริเวณร่องจมูก  ระหว่างปีกจมูกและสันจมูก  ไล้ขึ้นไปจนถึงกลางจมูก จากนั้นใช้ไฮไลท์สีสว่างไล้จากปลายจมูกขึ้นไปเพื่อให้เห็นสันจมูกชัดขึ้น วิธีนี้จะทำให้จมูกดูโด่งอย่างเป็นธรรมชาติค่ะ

ถ้าคุณไม่มีคอนซีลเลอร์  ทิชชี่แนะนำให้ใช้อายแชโดว์สีน้ำตาล  ลองเลือกสีเข้มกว่าผิวจริง  นำมาไล้บางๆ บริเวณข้างสันจมูกก็ได้นะค่ะ

 

- หากคุณมีจมูกโด่งเป็นสัน  ดูไม่สมส่วน

การที่คุณมีจมูกที่ดูโด่งจนเกินไปใช่จะว่าดี  เพราะสันเขื่อน(จมูก) ของคุณจะทำให้หน้าของคุณดูแข็งทื่อ  ทิชชี่แนะนำให้แตะคอนซีลเลอร์สีอ่อนกว่าสีผิว  บริเวณด้านข้างจมูก ไล่ลงมาจนถึงปีกจมูก จากนั้นปัดแป้งสีเข้มกว่ารองพื้นที่สันจมูกบางๆ  วิธีนี้จะช่วยให้คุณดูมีจมูกที่สมส่วนยิ่งขึ้น  ดูไม่โด่งจนเกินไปค่ะ

 

ลองใช้เทคนิคอำพรางส่วนบกพร่องด้วยการแต่งหน้าของทิชชี่ดู  ทิชชี่เชื่อว่าคุณอาจมีใบหน้าที่งดงามโดยไม่ต้องศัลยกรรม  ไม่แพ้ “เจนี่”  หรือ  “เจ๊หน่อย บุษกร”  เลยค่ะ  ค่อยๆ ลองผิดลองถูกไปกับการแต่งหน้า  ทิชชี่เชื่อว่าสักวันคุณจะเจอเทคนิคแต่งหน้าขั้นเทพในแบบฉบับที่เหมาะกับตัวคุณมาใช้ในชีวิตประจำวันได้สวยอย่างไม่อายใครเลยละค่ะ…..

แฟชั่น Headbands สวยเก๋ของสาวอินเทรนด์

ตอนนี้ไม่ว่ามองไปทางไหนก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าสาวๆ สมัยนี้เค้ามีเครื่องประดับตกแต่ง Accessories เก๋กู๊ดอยู่บนศรีษะกันมากมายหลายแบบ ไม่เว้นแม่กระทั่งดาราดังอย่าง อั้ม พัชราภา ชมพู่ อรยา ที่มักจะชอบใส่เจ้าHeadbands หรือผ้าคาดผมออกงานอยู่บ่อยๆ จนทำให้สาวๆบางคนอยากสวยเหมือนเหล่าคนดังเหล่านี้บ้างแต่เลือกแบบไม่ถูก วันนี้บูรินมีคำแนะนำดีๆ พร้อมทั้งรูปแบบ Headbands สวยเก๋หลากสไตล์ มาให้สาวๆ ได้เลือกชมกันด้วยค่ะ

ก่อนอื่นเราไปลองดูแบบต่างๆ ของเจ้า Headbands กันก่อนเลยค่ะ ว่ามีกี่แบบกี่สไตล์ (เอาคร่าวๆ เท่าที่เราเห็นๆ กันทุกวันนะคะ)

 

 

- แบบผ้าผืนเดียวสีเรียบไม่มีลาย : แบบนี้เหมาะกับสาวชอบความเรียบง่ายไม่ยุ่งยากเพราะการใช้ผ้าที่เป็นสีเรียบๆ จะสามารถเข้ากับชุดของคุณสาวๆได้ทุกชุด โดยไม่ต้องกังวลว่าลายผ้าคาดผมของคุณจะไม่เข้ากันกะลายของชุดที่คุณสวมใส่ ดังนั้น หากคุณมีเวลาน้อย หรือไม่รู้ว่าจะเลือกผ้าคาดผมแบบไหน ก็ใช้แบบสีเรียบๆ ได้เลยคะ

 

 

- แบบที่มีลาย : ไม่ว่จะเป็นลายดอก ลายทาง ลายการ์ตูน ลายกราฟิคเก๋ สำหรับแบบนี้ก็เป็นการทำให้คุณดูสดใสขึ้น เพราะลายที่ผ้าคาดผมที่คุณใช้ แต่ข้อที่ควรคำนึงถึงนั่นก็คือ ควรเลือกลายหรือสีให้ไปด้วยกันได้กับชุดของคุณด้วย อย่าให้ลายโด่ดเด่นมากจนทำให้ดูรก มองดูไม่สวยงามนะคะ ทางที่ดีหากคุณต้องการจะเน้นลายหรือสีของผ้าคาดผมควรเลือกชุดที่ใส่ให้สีดูซอฟว่าหรืออ่อนกว่าผ้าคาดผมจะดีมากเลยค่ะ

 

 

- แบบสำเร็จรูปที่ทำเป็นดอกหรือโบว์ไว้แล้ว : ที่คาดผมแบบนี้จะใช้สะดวกมาค่ะ เพราะไม่ต้องมาผูกเอง ไม่ต้องคอยมาคิดว่าจะผูกวิธีไหนดี เพราะแค่คุณทำมาคาดที่ศีรษะก็สวยเก๋ได้ในพริบตา เพียงแค่คุณเลือกแบบที่ต้องการว่าจะเอาแบบไหน ซึ่งก็มีให้เลือกมากมายไม่ว่าจะเป็นแบบดอกเล็ก ดอกใหญ่ โบว์ ซึ่งแต่ละแบบก็สามารถแปลงร่างให้คุณดูเป็นสาวหวานขึ้นมาได้ในทันทีเลยละคะ

 

 

- แบบเป็นเชือก : ผ้าคาดผมแบบเชือกนี้มีทั้งที่เป็นเชือกเดี่ยวเส้นๆ หรือแบบที่มีของประดับที่เส้นเชือก เช่นดอกไม้ประดิษฐ์ ดอกไม้แห้ง หรือโบว์เล็กๆ ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนได้อยู่ไกลกับธรรมชาติ เป็นเจ้าหญิงในนิยาย ว้าววว แต่อย่างไรก็ดีนะคะสาวๆ การเลือกในลักษณะนี้ควรคำนึงถึงเรื่องชุดด้วยเช่นกัน ควรใส่ชุดที่ให้ความรู้สึกที่ไปด้วยกันได้เช่น เเม็กซี่เดรส หรือผ้าพริ้วๆลายเบาๆ รับรองคุณจะดูเป็นเจ้าหญิงในนิยายเลยทีเดียว

เติมสีสันให้เล็บสวยสดใสด้วยลายแพนด้า (น่ารักอ่ะ)

วันนี้เอาใจสาวๆ ที่รัการทาเล็บเพ้นท์เล็บโดยเฉพาะเลยนะคะ เพราะบูรินมีลายเพ้นท์เล็บน่ารักๆ ที่รับรองว่าถ้าสาวๆ ได้เห็นต้องร้องเป็นเสียงเดียวกันว่า ”น่ารักอ่ะ” อย่างแน่นอน ลายที่ว่านั้นก็คือลายแพนด้านั่นเองค่ะ และอุปกรณ์รวมไปถึงวิธีการทำก็แสนจะง่ายมากๆเลยค่ะ สาวๆ พร้อมกันรึยังค่ะ ถ้าพร้อมแล้วเรามาเตรียมอุปกรณ์กันเลย

 


 

อุปกรณ์

- ยาทาเล็บสีเบส (สีที่กลมกลึนกับสีเล็บมาที่สุด)

- ยาทาเล็บสีขาว

- ยาทาเล็บสีดำ

- ยาทาเล็บแบบเคลือบใส

 

ขั้นตอนการทำ

 


1. ทายาสีเบสลงไปที่เล็บงามๆ ของคุณค่ะ (ไม่ต้องหนามากนะคะ แค่รองพื้นเท่านั้นพอค่ะ)

 

 

 

2 . ใช้ยาทาเล็บสีขาวทาที่บริเวณปลายเล็บ ให้เป็นลักษณะครึ่งวงกลมโค้งๆ เหมือนเป็นใบหน้าของเจ้าแพนด้าค่ะ

 

 


3 . จากนั้นใช้ยาทาเล็บสีดำทาเป็นจุกลมๆ ให้เป็นลักษณะเหมือนหูทั้งสองข้างของเจ้าแพนด้า

 

 

 

4. หลังจากเราได้หูแล้ว เราก็ต้องทำตาให้เจ้าแพนด้าด้วย ด้วยการใช้ยาทาเล็บสีดำทำตาให้เจ้าแพนด้าด้วยค่ะ แต่ขั้นตอนนี้อาจจะต้องมีอุปกณณ์เสริม เช่น ไม้จิ้มฟัน หรือพู่กันมาช่วยก็จะดีเลยค่ะ

 

 

 

5. หลังจากใช้ยาทาเล็บสีดำทาเป็นตาให้เจ้าแพนด้าแล้ว ก็ใช้ยาทาเล็บสีขาว ทำเป็นตาสีขาวด้านในเพื่อให้ดูเป็นดวงตาที่สมจริงมากขึ้น ขั้นตอนนี้อาจต้องใช้ความระมัดระวังพอสมควร เพราะตาเจ้าแพนด้าเล็กนิดเดียวเอง (ใจเย็นๆ นะคะ อยากสวยต้องใจเย็นๆ)

 

 

 

6. เมื่อได้ ใบหน้าของเจ้าแพนด้าเรียบร้อยแล้ว ก็ทาทับอีกครั้งด้วยยาทาเล็บแบบใสเพื่อความคงทน

 

 


เท่านี้คุณสาวๆ ก็สามารถออกไปโชว์เล็บสวยใสน่ารักแบบสไตล์แพนด้าได้แล้วละคะ ส่วนใครที่ไม่อยากให้มืออีกข้างเป็นลายซ้ำกัน ก็สามารถสร้างสรรค์ลายที่ใกล้เคียงกัน ได้เลย

ดูแลผมสวย ด้วยความลับจากธรรมชาติ

- เริ่มต้นที่คนที่มีปัญหาเรื่องผมแห้ง ซึ่ง คนที่มีผมแห้งมักจะมีปัญหาเรื่องการหวีจัดทรงยาก ผมไม่มีสปริงไม่มีน้ำหนักขาดชีวิตชีวา ทำให้ไม่สามารถใส่เข้ากับแฟชั่นเสื้อเกาหลีได้ การที่หนังศีรษะแห้งและเกิดสะเก็ดรังแคง่าย ลองใช้น้ำมันมะพร้าวผสมกับไข่ไก่ดูสิค่ะ

วิธีการทำ เพียงใช้น้ำมันมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะตั้งไฟอ่อนผสมกับไข่ไก่ 1 ฟอง (เอาเฉพาะไข่แดง) ตีให้เข้ากัน หลังจากนั้นให้รอจนเย็นแล้วนำไปลูบให้ทั่วศีรษะ นวดด้วยปลายนิ้วให้ทั่วทั้งด้านหน้าจรดท้ายทอย โดยใช้ฝ่ามือขยำๆ ขยี้ๆ ให้ทั่วเพื่อให้ซึมเข้าสู่เส้นผม หลังจากนั้นใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กคลุมเอาไว้ หมักทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง หลังจากนั้นให้ล้างออกด้วยน้ำอุ่น แล้วสระด้วยแชมพูอ่อนๆ อีกครั้ง ทำเช่นนี้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ผมจะนุ่มดูมีน้ำหนักและจัดทรงง่ายขึ้นค่ะ

- แต่สำหรับคนที่ไม่ชอบกลิ่นของไข่ไก่ให้ลองใช้สูตรน้ำมันมะกอกดูก็ได้ค่ะ เพียงนำน้ำมันมะกอกอุ่นๆ 2-3 ช้อนโต๊ะ นำมานวดหนังศีรษะหวีและชโลมเส้นผมให้ทั่ว ซึ่งวิธีการนวดให้นวดเป็นวงกลมเล็กๆ เมื่อนวดจนทั่วศีรษะแล้วให้ใช้ผ้าขนหนูพันศีรษะทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที หลังจากนั้นให้สระด้วยแชมพูอ่อนๆ แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น วิธีนี้จะช่วยบำรุงเส้นผมให้กลับมามีสภาพดีได้เหมือนกันค่ะ

 

- ต่อมาสำหรับคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับรังแคบนศีรษะ เพราะเมื่อไรที่รังแคมาเยือนมักจะมีอาการคันตามมาเสมอ แถมยังสร้างความอับอายขายหน้าด้วยการออกมาโชว์ให้เห็นกันอยู่เสมอๆ ลองใช้สูตรน้ำมะนาว หรือ น้ำมะกรูด กันดูสิคะ

วิธีการไม่ ยากค่ะเพียงคั้นน้ำมะนาวหรือน้ำมะกรูดที่ผ่านการเผาไฟแล้ว มานวดหนังศีรษะหลังสระผมทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที ให้ล้างออก เพียงแค่นี้ก็สามารถช่วยลดเจ้ารังแคออกจากศีรษะได้แล้วละคะ

 

- สำหรับคนที่มีผมอ่อนแอหลุดร่วงง่ายลองใช้ ขิง แก้ผมร่วงดูสิคะ เชื่อได้เลยว่าใช้แล้วปัญหา หัวล้าน จะไม่มาเยือนคุณแน่นอน

วิธีการง่ายๆ เพียงนำเหง้าขิงสดมาเผาไฟ ทุบให้แตกผสมน้ำนำไปขยี้ให้ทั่วศีรษะ วันละ 2 ครั้ง ประมาณ 3 วัน หรือนำขิงแก่ 1 เหง้า ขนาดเท่าฝ่ามือมาตำให้ละเอียด ห่อด้วยผ้าขาวบางเป็นลูกประคบ วางบนหม้อประคบที่ต้มน้ำจนเดือด เมื่อลูกประคบร้อนนำไปประคบบริเวณผมร่วง ทำวันละ 2 ครั้ง 20-30 นาที 3-5 วัน จะเห็นผล และสามารถใส่ชุดเดรสเกาหลีได้สวย และดูดีคะ

 

- ส่วนคนที่มีเส้นผมหยิกหยักศกที่สำคัญยังพบอาการแห้งและฟู ยิ่งถ้าทั้งหยิกและหนาด้วยแล้วล่ะก็จะทำให้ศีรษะดูโต ฟูมากยิ่งขึ้น แต่ถ้ายังชอบผมทรงนี้อยู่ไม่อยากที่จะยืดให้ตรงแล้วละก็หมั่นบำรุงดูแลรักษา

นำน้ำกับน้ำมะนาวผสมกันให้เจือจางหลังจากนั้นนำมาชโลมผมหลังจากล้างผมน้ำสุด ท้ายเรียบร้อยแล้ว ทิ้งไว้ 5 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น กรดในน้ำมะนาวจะช่วยให้ไฟเบอร์ในผมยึดเกาะกันได้แน่น ผมจะเรียบ-หวีง่ายยิ่งขึ้น ที่สำคัญจะทำให้ผมดูเงางามได้ค่ะ

แปรงสีฟัน แหล่งสะสม เชื้อโรค

แปรงสีฟัน

….นักวิจัยพบว่า เชื้อสเตรปโตค็อกคัส สแตฟฟีโลค็อกคัส ไข้หวัดใหญ่ และเริม สามารถมีชีวิตอยู่บนแปรงสีฟันที่มีทั้งอาหารและน้ำ (แม้เราจะล้างทำความสะอาดดีแล้วก็ตาม) แถมยังแพร่กระจายจากด้ามหนึ่งไปอีกด้ามหนึ่งได้อย่างง่ายดาย งานศึกษาจาก วารสารจุลชีววิทยาประยุกต์พบว่า ละอองน้ำที่เต็มไปด้วยแบคทีเรียอันเกิดจาก การกดชักโครก จะพุ่งขึ้นไปในอากาศและสามารถลอยฟุ้งอยู่นานพอที่จะตกลงมาปกคลุมทุกพื้นผิว ในห้องน้ำ

…….ฉะนั้น นอกจากการเปลี่ยนแปรงสีฟันบ่อยๆ แล้ว ดร.อาร์ ทอมกลาส ศาสตราจารย์ทางนิติวิทยาศาสตร์และทันตกรรมของมหาวิทยาลัยโอกลาโฮมา ประเทศสหรัฐอเมริกา แนะนำให้เก็บแปรงสีฟันในที่โล่งข้างหน้าต่างห้องนอน ฟันของเรา แปรง(สีฟัน)ของเรา…จึงเป็นตัวเราที่ต้องดูแล

ฆ่าเชื้อโรค ด้วยเปลือกเลมอน

Lemon

….เลมอน (Lemon) เป็นมะนาวลูกใหญ่เปลือกหนาสีเหลือง ที่มีราคาค่อนข้างแพงเมื่อบีบน้ำมะนาว ออกหมดแล้ว ยังนำเปลือกมาใช้ทำส่วนผสม ไว้ฉีดทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคจำพวกแบคทีเรีย บริเวณโซฟา ผ้าม่าน พื้นพรมได้ด้วย

วิธีการทำ

1. ฝานเปลือกเลมอน 1 ผล แล้วนำไปตากแห้ง 1 วัน
2. นำขวดแก้วสะอาดมา 1 ใบ ใส่น้ำส้มสายชู (ที่ทำจากข้าว) 500 มิลลิลิตร (ครึ่งลิตร) และ เปลือกมะนาวจากข้อ1. ลงไปในขวดแก้ว
3. ปิดฝาขวด เขย่าให้เข้ากัน แล้วนำไปตากแดด 10-14 วัน
4. เทใส่ในกระบอกฉีดน้ำแบบหัวสเปรย์ เพื่อใช้ฉีดบริเวณที่ต้องการทำความสะอาด

……..สูตรนี้นอกจากช่วยป้องกันแบคทีเรียแล้ว ส่วนผสมยังดีต่อสุขภาพ และมีกลิ่นหอมสดชื่นจาก เปลือกเลมอนอีกด้วย